โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท เชิญร่วมชมนิทรรศการศิลปะ BELIEF OVER BEAUTY

โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท เชิญร่วมชมนิทรรศการศิลปะ  BELIEF OVER BEAUTY

ผลงานจาก เจสซี่ ลี ช่างภาพชาวฝรั่งเศส และ จิรศักดิ์ อนุจร ศิลปินชาวไทย  ณ เอส แกลเลอรี่ วันที่ 7 กันยายน – 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เจสซี่ ลี

(บทความโดย โจ คัมมิงส์)

เป็นเวลาแรมปีที่ เจสซี่ ลี ช่างถ่ายภาพชาวฝรั่งเศส ได้เข้าไปคลุกคลีกับศาสตร์ของการสักยันต์ หนึ่งในรูปแบบการสักลวดลายของไทยที่มีจุดประสงค์ในด้านความเชื่อ โดยการนำยันต์คุ้มภัยต่างๆ มา จารึกไว้บนผิวหนัง

โลกแห่งการสักยันต์นั้นนับเป็นเรื่องของไสยศาสตร์และความลี้ลับที่ยากจะเข้าถึงและทำความเข้าใจแต่ด้วยความมานะอดทนและความมุ่งมั่นของ “ลี” เธอเลือกที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการอาศัยอยู่ใน ประเทศไทยและเข้าไปใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในชุมชนของช่างสักชั้นครู ตลอดจนได้เข้าร่วมพิธีอันสำคัญประจำ ปีอย่างการไหว้ครู ที่ถือเป็นการเทิดทูนพระคุณของครูทั้งในอดีตและปัจจุบัน

การเข้าไปอยู่ในศูนย์กลางของวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาเช่นนี้เองทำให้เธอถ่ายทอดสิ่งที่เธอได้พบเจอระหว่างการทำงานของช่างสักและลูกศิษย์ผ่านกล้องถ่ายภาพคู่ใจ ภาพทั้งหมดในคอลเลคชั่น ถูก คัดสรรอย่างประณีต ผ่านสายตาอันเฉียบคมของมาร์ติน เกอร์ลิเออร์ ผู้ก่อตั้ง MG Art Design และที่ ปรึกษาของเอส แกลเลอรี่ ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับโลกแห่งการสักยันต์ซึ่งน้อยคน แม้แต่ชาวไทยเอง แทบไม่เคยได้เข้าถึง

การสักยันต์นั้น ในแง่หนึ่งคือความงดงามคล้ายงานศิลปะ แต่จุดประสงค์ของการสักยันต์กลับ ห่างไกลการใช้ลวดลายตกแต่งร่างกายหรือการใช้เครื่องสำอางปรุงแต่งความงามใดๆ แต่ละลวดลายของ ยันต์มีความหมายเฉพาะตัวที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและศาสนา ไม่เพียงแต่ลายอักขระที่สักไว้แต่ยังรวมถึง ครูผู้สักเองและผู้ได้รับการสักที่ต้องประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมจรรยา

แม้ชาวต่างชาติบางส่วนยังคงเข้าใจว่าผู้สักยันต์ของไทยนั้นล้วนแต่เป็นพระสงฆ์ แต่ในความเป็น จริงแล้วครูผู้สักยันต์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนธรรมดา แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองมีร่วมกันคือการฝึกฝนอย่างมุมานะ ภายใต้การดูแลของครูสัก หากผู้เป็นครูรู้สึกว่าลูกศิษย์คนใดได้ร่ำเรียนวิชาสักอย่างครบถ้วนบริบูรณ์แล้ว    จึงจะสามารถนำวิชาสักยันต์ไปสักให้ผู้อื่นได้ต่อไป

ยันต์ เป็นคำจากภาษาบาลี-สันสกฤต ยันตระ แปลว่า ลวดลายศักดิ์สิทธิ์ (หรือ เวทมนตร์)

เจสซี่ ลี จบการศึกษาจาก Spéos Photographic Institute ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เธอแบ่งเวลา ของตนเองอยู่ระหว่างปารีส และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จิรศักดิ์ อนุจร

จิรศักดิ์ อนุจร เป็นศิลปินไทยผู้มีชื่อเสียงจากจังหวัด ลพบุรี เขาหลงใหลในการภาพวาดพอร์เทรต และยังได้รับรางวัลมากมาย เช่น The International Purchase Prizes Award, Panasonic Contemporary Painting Award และ Most Promising Artist of The Year Award จากการประกวด ภาพวาดยูโอบี เพ้นต์ติ้ง ออฟ เดอะ เยียร์

ในนิทรรศการครั้งนี้ เขาถ่ายทอดเรื่องราวของปรัชญาและความเชื่อในพุทธศาสนา ที่เกี่ยวเนื่อง กับลิงสามตัว (Three Wise Monkeys) หรือปริศนาธรรมจากลิงสามตัว ที่มีหลักว่าด้วย “การไม่รับรู้ โดย การมองในสิ่งที่ไม่ดี การไม่ฟังในสิ่งที่ไม่ดี และการไม่กล่าววาจาในสิ่งที่ไม่ดี”

ผลงานของจิรศักดิ์นำเสนอภาพชายชราปิดตา สะท้อนการไม่มองในสิ่งที่ไม่ดี ภาพชายชราปิดหู เพื่อไม่ต้องฟังในสิ่งที่ไม่ดี และภาพชายชราปิดปาก เพื่อไม่ให้พูดในสิ่งที่ไม่ดี ความหมายของภาพเหล่านั้น เป็นเช่นเดียวกับปริศนาธรรมลิงสามตัว และเป็นหลักธรรมที่ให้ตั้งอยู่บนจิตใจที่ดี วาจาที่ดี และการทำดี

นอกจากนี้ผลงานของจิรศักดิ์ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลักศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นคำสอนของ พระพุทธเจ้า เน้นหลักจริยธรรมที่ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน และมีผลทางด้านจิตใจ เพื่อนำไปสู่ความ หลุดพ้นจากความทุกข์ การยึดติด และกิเลส เพื่อเข้าถึงสัจธรรมของสิ่งทั้งปวง

นิทรรศการ Belief over Beauty จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 กันยายน ถึง 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 ผู้สนใจสามารถเข้าชมฟรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 0-2126-9999 www.sofitel-bangkok-sukhumvit.com/

BELIEF OVER BEAUTY

An exhibition by French photographer Jessie Lie and Thai Painter Jirasak Anoujohn 

S Gallery, Sofitel Bangkok Sukhumvit

Jessie Lie

(Text by Joe Cummings)

For nearly a year, French photographer Jessie Lie penetrated deeply into the world of sak yan, the Thai tradition of hand-tattooing ink designs on the body for spiritual purposes, to assemble this special collection of black-and-white images.

It’s a world of magic and mystery that outsiders find difficult to access and to understand. With patience and perseverance, Lie enjoyed extended periods of time inside Thailand’s relatively guarded khru sak (tattoo master) community, living amongst them, sharing food with their families, and attending special ceremonies such as the annual wai khru, in which disciples pay homage to masters past and present.

From within this remarkable subculture, she was able to document the tradition with her camera whilst engaged in deep dialog with both masters and disciples. The resulting photo collection, carefully curated with the assistance of S Gallery’s Martin Gerlier, offers a rare glimpse into the everyday sak yan world that most people, including many Thais, know very little about.

About sak yan: As elegant and eye-catching as the art may be, it is intended to be far more than simple decoration or cosmetic enhancement. Each design represents a specific magico-religious purpose, served not only by the design itself, but by the master who applies the tattoo and, just as importantly, by the self-discipline and morality of the wearer.

While some foreigners harbour the impression that Thai tattoo masters are always Buddhist monks (hence the misconceived nickname “temple tattoos”), there are in fact many more laymen applying sak yan than monks. What both have in common is a long apprenticeship under an older khru sak, whether monk or layperson. The apprenticeship is deemed complete when the master feels that his apprentice has fully absorbed the master’s weecha (magical knowledge) and is fully capable of tattooing on his own.

Note: Yan is the Thai pronunciation of the Pali-Sanskrit yantra, meaning “sacred (or magic) design.” Some English-language transliterations of the word appear as “yant,” which is illogical since neither the “t” nor the “r” is ever pronounced in the Thai version of the word.

Photographer: Jessie Lie graduated from Spéos Photographic Institute in Paris. She divides her time between Paris and Southeast Asia.

Jirasak Anoujohn

Jirasak Anoujohn is a well-known Thai artist from Lop buri, Thailand. With his passion in portrait painting, he won many awards such as The International Purchase Prizes Award, Panasonic Contemporary Painting Award and Most Promising Artist of The Year Award from UOB.

In this exhibition, he expresses the story of the philosophy and beliefs in Buddism related to The Three Wise Monkeys or sometimes called The Three Mystic Apes story.

Together they embody the proverbial principle “see no evil, hear no evil, speak no evil”

Speaking of his painting, an old man covering his eyes, who sees no evil. An old man, covering his ears, who hears no evil. An old man, covering his mouth, who speaks no evil.

There are various meaning ascribed to The Monkeys and the proverb including associations with being a good mind, speech and action.

His painting also refers to similar ideas in Buddism which is about the Buddha’s practical guideline to ethical and mental development with the goal of freeing the individual from suffering, attachments and delusion, which finally leads to understanding the truth about all things.

 sofitel.com | accorhotels.com

Post Author: admin

กิจกรรม,รายการทีวี,ภาพยนต์,คอนเสิร์ต,ละครเวที,เพลงไทย/ลูกทุ่ง/สากล,แมกกาซีน,ข่าวซุบซิบ,โปรโมชั่น,ผลิตภัณฑ์,ยานยนตร์,อสังหาริมทรัพย์,สุขภาพ,ไลฟ์สไตล์,ท่องเที่ยว,ไอที